ปกติ ถ้าเราไม่มีอะไรเราก็จะไม่เขียน เพราะว่าเราขี้เกียจ
แต่นี่มันเป็นเรื่องใหย่สำหรับเราเหมือนกัน 55
เราไม่เคยเป็นร้อนในมาก่อนเลย
เชื่อป่ะNEVERRRR
พี่ยังเคยบอกว่า เราช่างเป็นคนที่โชคดี 55
แล้วอยู่ดีๆเราก็มาเป็น กลายเป็นคนธรรมดาแล้วสินะ 55
สงสัยอะ ว่ามันเป็นได้ไงวะ
- พอดีเราเพิ่งขโมยลิปแม่มาใช้ หรือว่าชั้นแพ้ของขโมย เพราะมันเป็นของร้อน - -
- ทำประจำไม่น่าใช่ 55
คือกลัวแพ้ลิปสติกมากเลยนะ- * -
เจ้บปากโว้ยยยย
เราเคยเห็นพี่เป็น มันน่ากัวมาก แต่เปนแค่จุดนึง คือเป็นแค่ที่เดียวอะแต่ใหญ่
แต่ของเรานี่มันเปนรอบปากเลย(ข้างในนะ)
ก็ยังไม่มากเท่าไหร่ แต่เราไม่เคยเป็นอ่ะ!
วันนี้เลยหาข้อมูลใหญ่เลย
เป็นได้ยังไง ลอกวิกิมาเลย ชวาปป
ร้อนใน
ชื่อในภาษาอังกฤต ร้อนใน จะเรียกว่า "mouth ulcer" หรือ "canker sore" และยังคงเรียก "aphthous stomatitis" หรือ "aphthous ulcer"
สาเหตุของ"ร้อนใน"
ไม่ทราบเป็นที่ชัดเจน แต่ปัจจัยที่มักจะก่อให้เกิด ความเครียด เหนื่อยล้า การนอนดึก
หรืออาจเกิดจากการขาด วิตามิน B12 ธาตุเหล็ก หรือกรดโฟลิค
อาจลด
และป้องกัน การเกิดแผลร้อนใน ได้ด้วยการไม่รับประทานน้ำในปริมาณมากๆ
หลังหรือพร้อมอาหารในทันที ควร รับประทานน้ำมากๆ ระหว่างมื้อแทน
เพราะช่วยให้ กรดในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น และลดโอกาสที่กรดจะเอ่อล้นขึ้นมาในท่อหลอดอาหาร
ซึ่งจะทำให้ระคายเคืองเยื่อบุหลอดอาหารและช่องปาก
จนทำให้เกิดแผลร้อนในได้ง่าย
วิธีป้องกัน เอามาจากเว็บกระปุก
1. ระวังอย่าให้ท้องผูก เพราะร้อนในมักจะเป็นร่วมกับท้องผูก
2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร้อนใน เช่น ของทอด ของมัน ๆ ขนม น้ำตาล ทุเรียน ลำไย ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ อาหารพวกนี้กินแต่เพียงน้อย ๆ อย่ากินมาก
3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กระเทียม หอม ขิง ฯลฯ แต่พริกกินได้
4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดอารมณ์เครียด ความเครียดส่วนมากทำให้เป็นโรคนี้
5. รักษาความสะอาดในช่องปากอย่างเข้มงวด คือแปรงฟันทุกครั้งหลังจากรับประทานอาหารแล้ว(ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหาร)
6. ดื่มน้ำมาก ๆ วันหนึ่ง ๆให้ได้ 10 แก้วขึ้นไป
7. อย่าอดนอน
8. กินผักและผลไม้มาก ๆ
วิธีรักษา
มีแผลร้อนในแล้วทำอย่างไรดี
อย่างที่บอกสาเหตุไว้หลายอย่าง
ปัญหาที่เจอก็คือเวลาเป็นแผลในปากขึ้นมาแล้ว
ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าตนเองเป็นแผลจากเหตุใด เพราะแผลมันก็คือแผล
แต่กระนั้นก็เกิดปัญหาตามมาจนได้
บางคนเป็นแผลแค่วันสองวัน กลัวจะเป็นโน่นเป็นนี่ แสวงหาการรักษาโดยวิธีต่างๆจนแทนที่จะหายกลับกลายเป็นเป็นหนักและนานเสียยิ่งกว่าเดิม
บางคนเป็นแผลสองปีสามปี ยังนิ่งนอนใจ ไม่เกรงกลัวมะเร็งเลย
ผมจึงขอเสนอขั้นตอนง่ายๆเพื่อใช้ในการประเมินแผลในปากของคุณ
และการแสวงหาการรักษาด้วยตนเอง
-
ถ้ามีไข้ตัวร้อน ปวดตามข้อ ผมร่วง รู้สึกไม่สบาย อย่างชัดเจนหรือไม่
ถ้ามีก็ไปพบแพทย์ได้เลยเพราะว่าเจ้าแผลในปากอาจจะเป็นแค่อาการร่วมของโรคก็ได้
-
ดูว่ามีการกินอาหารที่กรอบแข็งหรือไม่ แปรงที่ใช้แข็งเกินไปหรือไม่
ถ้ามีก็ให้เปลี่ยนเป็นอาหารอ่อนและแปรงขนอ่อน
เพราะอาหารและเครื่องใช้ที่ไม่เหมาะสม
นอกจากจะทำให้เกิดแผลยังสามารถทำให้แผลหายช้าได้ด้วย
(ดังนั้นควรหยุดกินขนมกรุบกรอบหรือของทอดกรอบๆในระหว่างมีแผล)
-
อาหารรสจัด
อาหารรสจัดโดยเฉพาะพวกที่เผ็ดๆสามารถทำให้กระพุ้งแก้มหรือริมฝีปากบวมเล็กน้อย
เสี่ยงต่อการไปกัดเข้า
... นอกจากนี้การกินอาหารรสจัดๆก็ทำให้แผลหายช้า
- ใช้น้ำยาบ้วนปากเช่นพวกคลอเฮกซิดีน หรือน้ำอุ่นผสมเกลือ(ผสมเล็กน้อย) อาจจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นบ้าง
-
ยาป้าย
จำพวกสเตียรอยด์(ที่รูจักกันดีเช่นคีนาล๊อค)ก็สามารถใช้ได้หากมีแผลในปาก
โดยที่ไม่ได้มีอาการอื่นใดเวลาใช้ก็อุดโป๊ะลงไปในรูแผลเลย
เพราะนอกจากให้ยาสัมผัสแผลเต็มที่ ยาใหม่ๆก็มักผสมยาชาไปด้วยทำให้เจ็บลดลง
-
ยาชา ...แผลร้อนในมันทรมานตรงความเจ็บปวดและกินอาหารไม่สะดวก
แม้ว่าจะไม่มียาพวกนี้ขายแพร่หลายทั่วไปในลักษณะยาทาแผลร้อนใน
แต่ก็สามารถทดแทนได้ด้วยการหายาชาที่ใช้แก้ปวดฟันที่ขายตามร้านขายยาทั่วไปมาใช้ได้
ครับ
- ถ้ารักษาไปสัก1สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น
หรือระหว่างนั้นเกิดอาการผิดสังเกต แผลใหญ่โตขึ้นเร็ว
แผลเพิ่มจำนวนมากขึ้น มีไข้ตัวร้อนเจ็บปากเจ็บคอ ก็ไปพบแพทย์ได้เลย
-ใครก็ตามที่มีญาติผู้ใหญ่ที่มีแผลในปากมานานหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคี้ยวหมาก ควรพาไปพบแพทย์
-
เรื่องสารSLSที่ผสมในยาสีฟันที่บางคนกังวลว่าอาจจะเป็นสาเหตุของร้อนใน
ปัจจุบันการทดลองยังไม่ได้ผลที่แน่ชัดครับ
ดังนั้นถ้าไม่สบายใจจะเปลี่ยนหรืองดการใช้ยาสีฟันระหว่างรักษาแผลก็ได้
อันนี้ก็อปมาจาก คุนหมอแมว เค้าอธิบายไว้ละเอียดดีจัง
-------------------------------------------------
ไม่รุดิ ตอนนี้พยายามกินยาขมอยู่ แหยะ!
ไหนพ่อบอกไม่ขมไงงงงงงงงงงงงงง
อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อไปนี้จะกินน้ำเยอะๆแล้วค่ะ ฮืออออออ
จบเรื่องร้อนในแต่เพียงเท่านี้....
edit @ 26 May 2008 22:42:22 by paikochan
edit @ 26 May 2008 22:43:06 by paikochan
edit @ 26 May 2008 22:46:47 by paikochan